ภาษีมอเตอร์ไซค์ใหม่เริ่มใช้ มกราคม ปี 2563 เก็บตามปริมาณการปล่อยมลพิษ

ปรับจากโครงสร้างภาษีรถจักรยานยนต์ในปัจจุบันที่เก็บตามขนาดเครื่องยนต์ หากไม่เกิน 150 ซีซี จะเสียภาษีที่ 2.5% ขณะที่ 150-500 ซีซี เสีย 4% ส่วน 500-1,000 ซีซี เสีย 8% และ 1,000 ซีซีขึ้นไป เสีย 17% ครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ใหม่ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 โดยปรับรูปแบบจากการจัดเก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบ เป็นการจัดเก็บตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

โครงสร้างภาษีรถจักรยานยนต์ใหม่ (เริ่มใช้ 1 ม.ค. 2563)

  • รถใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) เก็บที่ 1%

  • รถที่ปล่อยก๊าซ CO2 ไม่เกิน 50 กรัมต่อกิโลเมตร เสียที่อัตรา 3%

  • รถที่ปล่อยก๊าซ CO2 ตั้งแต่ 51-90 กรัมต่อกิโลเมตร เสียที่อัตรา 5%

  • รถที่ปล่อยก๊าซ CO2 ตั้งแต่ 91-130 กรัมต่อกิโลเมตร เสียที่อัตรา 9%

  • รถที่ปล่อยก๊าซ CO2 เกิน 130 กรัมต่อกิโลเมตรขึ้นไป เสียที่อัตรา 18%

  • รถจักรยานยนต์ต้นแบบเพื่อการวิจัยพัฒนาเก็บที่ 0%

  • อื่น ๆ เสียที่ 20%

รถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ผลิต หรือนำเข้ามาเพื่อนำไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ ที่ไม่เคยขายในท้องตลาดเป็นการทั่วไปในประเทศ  และไม่เคยได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตมาก่อน หรือเคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตมาแล้วแต่ได้เลิกการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ จะไม่เสียภาษี

สำหรับขนาดรถจักรยานยนต์จะมีอัตราการเก็บภาษีดังนี้

  • รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก หรือรถครอบครัว จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นประมาณคันละ 200 บาท

  • รถจักรยานยนต์ขนาดกลาง หรือรถครอบครัว กึ่งสปอร์ต และรถจักรยานยนต์ ประเภทอ๊อฟโรด มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นคันละ 1,500 บาท

  • รถจักรยานยนต์ ประเภทอื่นๆ มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์